วันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2554

You are what you eat... กินอะไรก็ได้อย่างนั้น

อาหารที่คุณแม่รับประทาน จะส่งผลต่อลูกน้อยของคุณผ่านทางน้ำนมแม่ ซึ่งโดยส่วนใหญ่มักจะเป็นเรื่องของรสชาติ   ลูกน้อยของคุณอาจยังไม่คุ้นเคยกับกลิ่นและรสชาติที่รุนแรงซึ่งอาจเป็นสิ่งที่คุณแม่ชื่นชอบ และ หากคุณดื่มคาเฟอีนหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป ฤทธิ์ของคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์อาจส่งผลต่อลูกน้อยของคุณได้



อาหารที่คุณอาจจำเป็นต้องหลีกเลี่ยง
คุณแม่จำนวนมากพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าในช่วงให้นมลูก ควรจะหลีกเลี่ยงหรือจำกัดการรับประทานอาหารรสเผ็ด อาหารที่มีกลิ่นแรง และอาหารรสเปรี้ยวจัด ในความเป็นจริงแล้ว เด็กทุกคนล้วนมีความแตกต่างกัน ดังนั้น ควรสังเกตท่าทางการตอบสนองของลูกน้อยหลังให้นม อย่างไรก็ตาม อาหารและเครื่องดื่มบางอย่างต่อไปนี้อาจส่งผลต่อลูกน้อยของคุณได้

  • แกงต่างๆ ที่รสชาติเผ็ดร้อน อาหารประเภทนี้อาจทำให้คุณและลูกน้อยรู้สึกอึดอัดแน่นท้องและมีลมในกระเพาะ อาหารได้
     
  • คาเฟอีน อาจทำให้คุณรู้สึกกระปรี้กระเปร่าในขณะที่คุณกำลังง่วง แต่นั่นหมายความว่าลูกน้อยของคุณจะนอนไม่หลับด้วยเช่นกัน
     
  • ผลิตภัณฑ์นม หัวหอมใหญ่ กะหล่ำปลีและกะหล่ำดาว   ทั้งหมดนี้อาจทำให้ลูกน้อยของคุณท้องอืดแน่นเฟ้อและทำให้อาการร้องโคลิค แย่ลงไปกว่าเดิม


ลูกน้อยของคุณแพ้อาหารบางอย่างที่คุณรับประทานหรือไม่
หากลูกน้อยของคุณมีอาการท้องอืดท้องเฟ้อหรือมีผื่นขึ้นหลังกินนม แสดงว่าลูกอาจแพ้ อาหารบางอย่างที่คุณรับประทานเข้าไป นมวัว ถั่วต่างๆ ข้าวสาลี ปลาและไข่ อาหารเหล่านี้เป็นเพียงอาหารบางส่วนที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ หากลูกน้อยมีอาการแพ้อาหาร คุณ แม่ต้องหลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่คิดว่าอาจเป็นสาเหตุของการแพ้เป็นเวลา 2 – 3 วัน จากนั้น จึงค่อยให้ลูกลองรับประทานใหม่แล้วคอยสังเกตอาการของลูกน้อย อย่างไรก็ตาม หากสมาชิกในครอบครัวของคุณคนใดคนหนึ่งมีอาการแพ้ถั่ว ขอแนะนำว่าให้คุณหลีกเลี่ยงการรับประทานถั่วทุกชนิดทันที นอกจากนี้ การจดบันทึกเมนูอาหารที่รับประทานในแต่ละวันจะช่วยให้คุณแม่สามารถติดตามการตอบสนองของลูกน้อยหลังจากกินนมได้ง่ายยิ่งขึ้น


การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
พยายามหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงนี้ หรือหากคุณเพิ่งดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ต้องรอให้ผ่านไป 2 – 3 ชั่วโมงก่อนที่จะให้นมลูก เพื่อให้แอลกอฮอล์ถูกขับออกจากร่างกายของคุณเสียก่อน

การดื่มน้ำมากๆ (ประมาณ 12 แก้วต่อวัน) จะช่วยป้องกันร่างกายขาดน้ำและทำให้มีน้ำนมเพียงพอสำหรับลูกน้อยของคุณ

วันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2554

การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เพื่อตัวคุณและลูกน้อย


เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่คุณแม่จะต้องรับประทานอาหารที่มีประโยชน์หลังตั้งครรภ์ เพื่อให้คุณแม่และลูกน้อยได้รับสารอาหารและพลังงานที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
 
ในช่วงที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ สารอาหารและพลังงานที่คุณแม่ได้รับจะถูกส่งผ่านไปยังลูกน้อยของคุณ ดังนั้น การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จึงเป็นงานที่ทำให้คุณรู้สึกอ่อนเพลีย แต่ก็เป็นงานที่สำคัญอย่างยิ่ง และแม้ว่าคุณอาจจะไม่ได้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แต่คุณเองก็ควรได้รับพลังงานให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะคุณนอกจากจะต้องสาละวนอยู่กับการดูแลลูกน้อยคนใหม่ตลอดเวลา ยังเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายเริ่มซ่อมแซมตัวเองหลังจากที่คลอดลูกด้วย


คุณแม่ต้องได้รับพลังงานมากขึ้นแค่ไหนในช่วงให้นมลูก
ตารางด้านล่างนี้จะแสดงปริมาณพลังงานที่ร่างกายต้องการเพิ่มขึ้นในช่วงที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพื่อให้ร่างกายมีพลังงานเพียงพออยู่เสมอ




1 เดือน


2 เดือน


3 เดือน


4-6 เดือนต่อจากนี้


6 เดือนขึ้นไป


450 กิโลแคลอรี่


530 กิโลแคลอรี่


570 กิโลแคลอรี่


480-570* กิโลแคลอรี่


240-550* กิโลแคลอรี่


*ขึ้นอยู่กับว่าเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นหลักหรือไม่  
 
และเมื่อคุณเริ่มให้ลูกหย่านม คุณแม่ก็สามารถกลับไปรับประทานอาหารที่มีปริมาณพลังงานเท่าเดิมได้
 
หมายเหตุ: Thai RDI แนะนำให้คุณแม่ที่ให้นมลูกในช่วง 0-11 เดือนควรได้รับพลังงานเพิ่มขึ้นอีก 500 กิโลแคลอรี่


การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพอยู่เสมอ

โภชนาการที่ดีไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงปริมาณอาหารที่คุณแม่รับประทานเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับอาหารที่รับประทานอีกด้วย คุณแม่หลายท่าน ร่างกายจะขาดธาตุเหล็กเมื่อมีลูก ดังนั้น จึงควรรับประทานอาหารที่อุดมด้วยธาตุเหล็กมากๆ เช่น  ผักใบเขียวหรือเนื้อแดง นอกจากนี้ ยังจำเป็นต้องรับประทานเมล็ดพืชไม่ขัดขาว ธัญพืช ผักและผลไม้ต่างๆ อีกด้วย และอาจทานอาหารประเภทโปรตีนและแคลเซียมเพิ่มขึ้นด้วยก็ได้ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพจะช่วยให้คุณแม่และลูกน้อยได้รับพลังงานที่เพียงพอต่อความต้องการ และคุณแม่ยังสามารถรับประทานอาหารว่างได้เหมือนเดิม

วันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2554

จะตั้งครรภ์ได้หรือไม่หากเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

คำตอบก็คือได้ เป็นเรื่องจริงที่ว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ถือเป็นการคุมกำเนิดตามธรรมชาติเพราะฮอร์โมนที่สร้างน้ำนมนั้นช่วยป้องกันการตกไข่ และนั่นเป็นเหตุผลที่คุณแม่หลายคนไม่มีประจำเดือนในขณะที่ลูกยังกินนมแม่ อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ได้เป็นการรับประกันแต่อย่างใด ดังนั้นคุณยังคงต้องคุมกำเนิดด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง

และอย่าคิดว่าการที่ยังไม่มีประจำเดือนนั้นจะทำให้คุณตั้งครรภ์ไม่ได้ เพราะร่างกายคุณจะสมบูรณ์พร้อมตั้งครรภ์ในช่วงสองสัปดาห์ก่อนที่จะมีประจำเดือนครั้งแรก เนื่องจากไม่มีการเตือนล่วงหน้าว่าเมื่อไหร่ที่คุณจะเริ่มมีประจำเดือนอีก จึงควรป้องกันไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย


การใช้ยาคุมกำเนิดในช่วงที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นวิธีที่ปลอดภัยหรือไม่ คุณอาจใช้วิธีการคุมกำเนิดได้เกือบทุกวิธีอย่างปลอดภัยในช่วงที่ลูกกินนมแม่ ยกเว้นวิธีการใช้ยาคุมกำเนิดเพราะจะส่งผลต่อการไหลของน้ำนม


จะปรึกษาใครได้บ้างเกี่ยวกับวิธีการคุมกำเนิด ประมาณหกถึงแปดสัปดาห์หลังจากคลอดลูก คุณจะต้องให้แพทย์ตรวจร่างกาย เป็นโอกาสดีที่คุณจะถามคำถามเกี่ยวกับการคุมกำเนิด หรือคุณอาจไปคลินิกวางแผนครอบครัวใกล้บ้านก็ได้

วันพุธที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2554

การรักษาสมดุลของความสัมพันธ์ในครอบครัว


ในช่วง 2-3 เดือนแรก การดูแลลูกอาจจะเป็นงานที่คุณรู้สึกหนักใจมากกว่างานประจำเสียอีก ตามปกติคุณจะทุ่มเทเวลาและความสนใจที่ตัวลูก ทั้งการให้นมลูกและการเปลี่ยนผ้าอ้อม ( ไม่รวมถึงการกอดลูกอยู่เสมอ ) ความสัมพันธ์ของคุณกับสามีอาจสั่นคลอนได้ง่าย แต่การทำให้คุณทั้งสองคนมีความสุขนั้นมีหลายวิธี
วิธีการสร้างความสดใสให้ชีวิตคู่

ต่อไปนี้เป็นเคล็ดลับที่จะช่วยรักษาความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับสามีให้ราบรื่น :

  • พูดคุยกัน การบอกเล่าความรู้สึกของกันและกันจะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดระหว่างคุณกับสามีได้ และควรพยายามพูดคุยกันเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับลูกบ้างเพื่อให้มีความสัมพันธ์ด้านอื่นด้วย
  • ให้สามีมีส่วนร่วม เพราะจะช่วยไม่ให้เขารู้สึกว่าถูกทอดทิ้งและยังช่วยลดแรงกดดันที่ตัวคุณอีกด้วย หลังจากที่ได้ตื่นเต้นมาด้วยกันตลอดระยะเวลา 9 เดือนของการตั้งครรภ์ สามีก็อยากจะมีส่วนร่วมในการดูแลลูกบ้าง แล้วทำไมถึงไม่ให้เขามาช่วยเลี้ยงลูกบ้างล่ะ หรือลองหาวิธีอื่นที่คุณพ่อสามารถช่วยได้
  • มีเวลาให้กันและกัน และทำอะไรด้วยกัน ไม่ว่าจะนั่งรับประทานอาหารกันสักมื้อ หรือเพียงกอดและหอมแก้ม เพราะไม่ได้มีเพียงลูกเท่านั้นที่รู้สึกอยากใกล้ชิดกับคุณ

วันอังคารที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2554

วิธีที่ทำให้ลูกเลิกอิจฉาน้อง


ขณะที่คุณกำลังรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้พาลูกน้อยกลับบ้าน คนที่เป็นพี่อาจเห็นว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะยอมรับการเปลี่ยนแปลง แม้ว่าคุณจะให้ลูกคนที่เป็นพี่ได้มีส่วนร่วมตั้งแต่ตั้งครรภ์ แต่ก็ยังคงเป็นเรื่องที่น่าตกใจเมื่อพบว่าเขาจะไม่ได้รับความสนใจทั้งหมดจากคุณอีกต่อไป เขาอาจรู้สึกราวกับว่าสมาชิกใหม่ของครอบครัวกำลังทำให้เขาเป็นส่วนเกิน ดังนั้น ให้บอกลูกว่าคุณรักเขาและเขาสำคัญสำหรับคุณเสมอ ทำให้เขาได้รู้สึกว่ามีส่วนร่วมในชีวิตใหม่ของน้องน้อย อาจให้เขาช่วยเลือกเสื้อผ้า เข็นรถเข็นเด็ก หรือซื้อของขวัญเตรียมให้น้อง

การแนะนำสมาชิกใหม่ในครอบครัว
ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องอาจเปลี่ยนเป็นความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันฉันท์เพื่อน ในขณะที่ความสัมพันธ์แบบอื่นอาจจะแตกต่างกันไป แม้แต่เพื่อนที่รักกันที่สุดก็อาจทะเลาะกันก็ได้ ทั้งนี้ล้วนขึ้นอยู่กับบุคลิกภาพของลูกๆ แต่การเตรียมความพร้อมให้ลูกเพื่อต้อนรับสมาชิกใหม่สามารถสร้างความสัมพันธ์ให้เหนียวแน่นได้ตั้งแต่เริ่มต้น

  •  อาจเป็นเรื่องยากสำหรับลูกวัยกำลังหัดเดินที่จะเข้าใจทุกเรื่องที่ไม่ได้มีผลต่อเขาโดยตรง ดังนั้นเมื่อคุณแนะนำสมาชิกใหม่ให้ลูกวัยหัดเดินได้รู้จัก ให้อธิบายสิ่งดีๆ ที่จะเกิดขึ้นสำหรับเขาเมื่อมีน้องชายหรือน้องสาวเพิ่มเข้ามา
  • พวกพี่ๆ อาจเพลิดเพลินกับการได้รับการแนะนำตัวว่าเป็น ‘ พี่ใหญ่ ’ และได้รับหน้าที่สำหรับเด็กโตให้ช่วยเลี้ยงน้อง

ใช้เวลากับลูกๆ

สิ่งสำคัญก็คือคุณหรือสามีต้องให้เวลากับลูกอย่างเต็มที่ จริงๆ แล้ว สามีของคุณน่าจะมีวันพิเศษพาลูกๆ ออกไปนอกบ้านซึ่งจะทำให้พวกเขารู้สึกพิเศษ และหากลูกเริ่มทำตัวเหมือนเด็กวัยแบเบาะ ให้เตือนลูกว่ามีเรื่องสนุกๆ ที่พวกเขาสามารถทำได้เพราะโตแล้ว ก็เหมือนกับเรื่องอื่นๆ ที่คุณต้องจัดการกับลูกๆ ให้ระลึกไว้เสมอว่าจงอดทน และ ทำวันนี้ให้ดีที่สุด


แม้ว่าอาจใช้เวลาบ้างในการทำความคุ้นเคยกับสมาชิกใหม่ของครอบครัว แต่การสร้างความสัมพันธ์ไม่ใช่เรื่องยากเสมอไปและในไม่ช้าลูกคนที่เป็นพี่ก็จะรู้สึกชอบที่มีเพื่อนเล่นด้วย

วันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2554

สัญญาณบ่งบอกความรู้สึกซึมเศร้าหลังคลอด


โดยทั่วไป ความรู้สึกซึมเศร้าหลังคลอด (Postnatal Depression) จะเกิดขึ้นในช่วงหกสัปดาห์แรกหลังคลอดลูก แต่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาจนกว่าลูกของคุณจะถึงวัยเตาะแตะ และมีแนวโน้มที่จะประสบภาวะเช่นนี้มากขึ้นหากคุณหรือคนในครอบครัวของคุณมีประวัติการซึมเศร้า
 
ความรู้สึกเช่นนี้จะมีผลกับบุคคลต่างๆ ในรูปแบบที่แตกต่างกัน แต่มีอาการบางอย่างที่คุณอาจสังเกตได้เช่น
 
  • ตื่นตระหนกหรือหวั่นกลัว
  • รู้สึกกังวลอยู่ตลอดเวลาเรื่องสุขภาพและความปลอดภัยของตัวคุณเองและคนรอบข้าง
  • รู้สึกว่าคุณเป็นแม่หรือเป็นคนที่ไม่ดี
  • รู้สึกหมดหวังตลอดเวลา
  • ร้องไห้บ่อยๆ โดยไม่มีสาเหตุที่แท้จริง
  • อยากนอนอยู่ตลอดเวลาแต่ไม่เคยรู้สึกว่าได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ
  • หลับยาก
  • รู้สึกเหมือนกับว่าคุณต้องทำเป็น ‘ ไม่กลัว ’ ต่อหน้าคนอื่นๆ
  • ไม่สามารถพูดถึงการคลอดลูกได้หรือพูดเรื่องนี้ไม่หยุดเพราะรู้สึกว่าควบคุมไม่ได้
  • รู้สึกว่าชีวิตไม่มีค่าตั้งแต่คลอดลูก
  • รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า
  • คิดว่าคุณไม่ผูกพันกับลูกหรือไม่มีความรู้สึกใดๆ กับลูก
  • รู้สึกว่าตัวเองไม่สบายเช่น เจ็บหน้าอก หายใจติดขัด ปวดศีรษะ วิงเวียน เจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ และแน่นท้อง
  • ไม่รับรู้เรื่องเวลาและไม่สามารถบอกความแตกต่างระหว่างสองสามนาทีกับสองสามชั่วโมง 
สิ่งที่ควรทำหากคิดว่าคุณมีอาการซึมเศร้าหลังคลอด

หากคุณรู้สึกว่ามีอาการซึมเศร้าหลังคลอด ให้ปรึกษาสูติแพทย์หรือกุมารแพทย์ถึงอาการเหล่านี้ พวกเขาสามารถช่วยคุณได้ดีที่สุด นอกจากนี้ เราก็มีคำแนะนำเบื้องต้น ที่จะช่วยให้คุณผ่อนคลายจากอาการซึมเศร้า ดังนี้

  • อย่าเก็บความรู้สึกของคุณไว้ พูดคุยกับสามี เพื่อนสนิท ญาติ หรือคุณแม่คนอื่นๆ บ้าง เกี่ยวกับสิ่งที่คุณกำลังเผชิญอยู่
  • อย่าพยายามทำสิ่งต่างๆ มากเกินไปในแต่ละวัน
  • ยอมรับความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง
  • หาเวลาพักผ่อน
  • อย่ารู้สึกผิดที่คุณรู้สึกซึมเศร้า

วันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2554

อาการหดหู่หลังคลอด


เป็นรูปแบบหนึ่งที่พบบ่อยของอาการซึมเศร้าหลังคลอด โชคดีที่ภาวะนี้ถือว่ามีความรุนแรงน้อยที่สุด โดยคุณไม่จำเป็นต้องไปพบแพทย์เพื่อรักษา อาการหดหู่หลังคลอดจะเกิดขึ้นหลังคลอด ซึ่งโดยทั่วไปจะอยู่ในช่วงวันที่ 3 -10 หลังคลอด ตามปกติ คุณจะรู้สึกอยากร้องไห้และหงุดหงิด ถึงแม้จะยังไม่มีใครสามารถบอกสาเหตุได้แน่ชัด แต่อาการนี้ อาจเกิดจากฮอร์โมนในช่วงตั้งครรภ์และความรู้สึกผิดหวังหลังการคลอด นอกจากนี้ เมื่อทุกอย่างล้วนเป็นสิ่งใหม่ เป็นธรรมดาที่คุณแม่หลายท่านจะรู้สึกเหมือนกับว่าไม่สามารถจัดการเรื่องต่างๆ ได้เลย และจากการที่คุณแม่ต้องประสบภาวะการเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านร่างกายและอารมณ์เช่นนี้ จึงไม่น่าแปลกใจเลย ที่คุณแม่จะร้องไห้

 
ระยะเวลาของอาการจะนานแค่ไหน

อาการหดหู่ไม่ควรจะนานเกิน2 -3 วัน การพักผ่อนมากๆ และการได้รับกำลังใจจากครอบครัวและเพื่อนฝูงเป็นสิ่งที่ทำให้คุณผ่านพ้นภาวะนี้ไปได้ แต่หากคุณยังคงรู้สึกหดหู่หลังจากผ่านไป 10 วัน ควรปรึกษาสูติแพทย์หรือพยาบาลผดุงครรภ์ทันที

คนใกล้ชิดและคนรักจะช่วยคุณได้อย่างไร

การรับฟังและอ้อมกอดอันอบอุ่นจะช่วยบรรเทาความรู้สึกหดหู่ได้อย่างที่คุณอาจนึกไม่ถึง คุณต้องการกำลังใจและความอดทนอย่างมากจากสามี ครอบครัว และเพื่อนฝูง ดังนั้น เอ่ยปากขอให้คนรอบข้างช่วยเหลือได้เลยหากพวกเขายินดี แม้ว่าจะเป็นเพียงการแวะมาพูดคุยที่บ้านเท่านั้นก็ตาม สิ่งสำคัญก็คือคุณต้องเข้าใจว่าคุณแม่หลายคนก็มีปัญหาเช่นเดียวกับคุณ ไม่ถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติอะไร และสามารถช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นได้ภายใน 2-3 วัน หากคนรอบข้างยินดีช่วยคุณ 

วันเสาร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2554

เหตุใดคุณจึงต้องการ ‘ เวลาส่วนตัว


มีเหตุผลต่างๆ มากมายที่คุณควรมี ‘เวลาส่วนตัว’
  • การได้พักจากการเป็นคุณแม่สักชั่วโมงหนึ่งจะช่วยให้คุณได้เติมพลังอย่างแท้จริง
  • คุณจะมีโอกาสได้ทำสิ่งต่างๆ ที่คุณเคยชอบก่อนที่คุณจะมีลูก !
  • การใช้เวลาพบปะพูดคุยกับผู้ใหญ่คนอื่นๆ อาจเป็นช่วงเวลาที่มีประโยชน์มาก บางครั้งการสนทนากับคนเหล่านั้นบ้างอาจดีกว่าการที่ต้องคุยกับลูกตลอดทั้งวั น!
  • เวลาพักสักเล็กน้อยสามารถทำให้คุณกลับไปดูแลลูกได้อย่างสดชื่นและกระฉับกระเฉง

ดังนั้นจึงควรให้เพื่อนๆ และครอบครัวทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น จัดสรรเวลาที่คุณมีและทำสิ่งที่ต้องการหรืออยากทำจริงๆ ตั้งแต่การแช่ตัวในอ่างอาบน้ำเงียบๆ สักระยะหนึ่ง ออกกำลังกาย หรือไม่ก็ปรนนิบัติตัวเอง สิ่งที่สำคัญคือคุณต้องมีเวลาพักบ้าง


พบปะพูดคุยกับคุณแม่และคนอื่นๆ

โดยทั่วไปการได้พูดคุยกับคนที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกันมักจะเป็นประโยชน์ คุณสามารถบอกเล่าเรื่องราวที่กังวล หรือเรื่องอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับลูก ให้กันและกันฟังได้อย่างสบายใจ ดังนั้นพยายามพบปะผู้คนใหม่ๆ บ้าง ไม่ยากอย่างที่คุณคิด เพราะ ปัจจุบันมีสถานที่ที่คุณสามารถสนทนากับคุณแม่คนอื่นๆ ได้หลายแห่งด้วยกัน เช่น :

ลองมองหากลุ่มแม่และลูก เช่น กลุ่มเด็กที่เรียนว่ายน้ำหรือเล่นดนตรี หรือกลุ่มคุณแม่หลังคลอด วิธีการเหล่านี้เป็นวิธีที่สนุกเพื่อให้ลูกของคุณกระตือรือร้น ทำให้คุณได้ออกนอกบ้านบ้าง และได้พบปะกับผู้ปกครองคนอื่นๆ ในเมืองและหมู่บ้านต่างๆ มักมีกลุ่มแม่และเด็กในละแวกนั้น ซึ่งอาสาสมัครจะรวมกลุ่มในศูนย์กลางของชุมชนหรือพื้นที่ประชุมในหมู่บ้าน หรืออาจดูว่าในพื้นที่ที่คุณอยู่นั้นมีโครงการให้ความรู้และคำแนะนำเรื่องการเลี้ยงดูเด็กหรือไม่ เพียงแค่คุณไปเข้าร่วมโครงการ

  •  พูดคุยกับคุณแม่คนอื่นๆ ที่คุณพบในชั้นเรียนเตรียมเป็นคุณแม่หรือหอพักฟื้นหลังคลอด และคุณแม่คนอื่นก็น่าจะเพลิดเพลินกับการพูดคุยกันด้วย.
  • ต้องการพบบุคคลอื่นๆ ที่รู้ดีว่าคุณกำลังอยู่ในสภาวะใดหรือไม่ เพื่อนบ้านของดูเม็กซ์จะคอยเป็นที่ปรึกษาเมื่อคุณต้องการ คุณจะพบคุณแม่คนใหม่ที่เป็นแม่พร้อมๆ กับคุณ มีลูกวัยเดียวกับคุณ หรืออยู่ในละแวกบ้านของคุณ และ ห้องสนทนาสำหรับคุณแม่และว่าที่คุณแม่ของดูเม็กซ์ เป็นที่ที่คุณจะได้พูดคุยหากคุณออกจากบ้านไม่ได้และบรรดาคุณแม่ในห้องสนทนามักจะมีประสบการณ์ต่างๆ ที่จะมาแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับเรื่องการเป็นแม่ ตั้งแต่เคล็ดลับประจำวันที่เป็นประโยชน์ไปจนถึงการให้กำลังใจอย่างเป็นมิตร

วันศุกร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554

เคล็ดลับเพื่อช่วยให้คุณได้นอนหลับมากขึ้น

  • หากคุณสามารถกำหนดกิจวัตรประจำวัน บางอย่างซึ่งทำให้ลูกหลับเป็นเวลาในช่วงกลางวันและตัวคุณเองก็มีโอกาสได้พักผ่อนด้วย ก็จะช่วยขจัดปัญหาการอดนอนไปได้มาก เลือกเวลาที่เหมาะสมที่สุดทั้งสำหรับตัวคุณและลูก โดยอาจเป็นเวลาหลังมื้อนมตอนกลางวันและกำหนดเป็น ‘ช่วงเวลาของการนอน’ หรือเวลาที่เงียบสงบ
  • คุณแม่หลายคนพบว่าการจดจำงานเล็กๆ น้อยๆ ที่ต้องทำมักทำให้หลับไม่ลง ดังนั้นเคล็ดลับก็คือให้จดสิ่งต่างๆ ไว้ในกระดาษเพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องจดจำงานเหล่านั้นก่อนจะงีบหลับ
  •   เวลานอนอันสุขสงบที่เป็นกิจวัตรของลูกน้อยเป็นสิ่งจำเป็นและได้ผลอย่างไม่น่าเชื่อ พยายามทำจิตใจและอารมณ์ให้สงบอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมงก่อนนอน เวลานอนที่เป็นกิจวัตรหมายถึงคุณจะมีเวลาให้ตัวเองได้พักผ่อน โดยรู้ว่าลูกน้อยก็นอนหลับสบายอยู่ในเตียง
  • เมื่อใดก็ตามที่ลูกร้องหาคุณกลางดึก การหรี่ไฟในห้องให้มืดสลัวจะทำให้คุณหลับได้ง่ายขึ้นเมื่อกลับไปที่เตียง
  • ให้สามีผลัดกันดูแลลูกในช่วงเช้าของวันหยุดสุดสัปดาห์ และคุณหรือสามีนอนพักวันเสาร์ ส่วนอีกคนหนึ่งก็นอนตอนเช้าวันอาทิตย์ หวังว่าทั้งคุณและสามีคงจะได้อยู่เลี้ยงดูลูกช่วงกลางคืนบ้างไม่ว่าจะเป็นเวลานานเพียงใดก็ตาม


เคล็ดลับเพื่อช่วยขจัดความเหนื่อยล้า

ทำตัวให้กระฉับกระเฉงในระหว่างวัน:
ถึงแม้ว่าการหลับตามปกติของหนูน้อยจะเป็นสิ่งสำคัญ แต่คุณทั้งสองยังต้องตื่นตัวอยู่ในเวลากลางวัน การออกกำลังกาย ตามปกติ จะช่วยให้คุณมีพลังมากขึ้น และทำให้คุณหลับได้ง่ายขึ้นหรือได้งีบหลับในเวลาสั้นๆ
คุณไม่จำเป็นต้องไปฟิตเนส แค่ออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ก็ช่วยได้แล้ว ดังนั้นจึงควรแวะเวียนไปหาเพื่อน พาลูกนั่งรถเข็นไปเดินเล่นนอกบ้าน หรืออะไรก็ตามที่จะทำให้คุณรู้สึกหายเหนื่อยในช่วงเย็น และหากคุณอยากรู้สึกกระปรี้กระเปร่า ลองอาบน้ำด้วยน้ำเย็น ใช้น้ำมันอโรมาเธอราปีหรือเทียนหอมดูบ้าง
 
การรับประทานอาหารเพื่อเพิ่มพลังงาน:
รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และอาหารที่อยู่ท้อง เช่น พาสต้าแบบโฮลวีตหรือผลไม้ที่จะไม่ทำให้คุณรู้สึกสดชื่นภายในพริบตาแต่เฉื่อยชาหลังจากนั้น และดื่มน้ำมากๆ !

มองโลกในแง่ดี:

หากคุณรู้สึกเหนื่อยและแย่ ให้ท่องให้ขึ้นใจอยู่เสมอว่าสักวันก็จะสิ้นสุดลง กอดลูกและจำไว้ว่าเขามีค่ามากเพียงใด

วันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ข้อแนะนำคุณแม่มือใหม่

เป็นเรื่องธรรมดาที่คุณอาจรู้สึกอิ่มเอมใจในช่วงเริ่มต้น คุณแม่ควรจำไว้ว่า ทุกอย่างจะง่ายขึ้นเมื่อคุณเริ่มคุ้นเคยกับ กิจวัตรประจำวันของลูกน้อย ดังนั้นในช่วงสัปดาห์แรกๆ คุณควรให้ความสนใจที่ลูกและตัวคุณเองเป็นสำคัญ อย่าพยายามทำอะไรมากเกินไป ควรขอให้คนอื่นช่วยแบ่งเบาบ้าง ไม่ต้องอาย แล้วคุณจะรู้ว่าจริงๆแล้ว หลายๆคนเต็มใจที่จะช่วยเหลือคุณเสมอ


ขอคำแนะนำ หากต้องการคำแนะนำ คุณควรปรึกษาสามี ครอบครัว เพื่อนฝูง พยาบาลเยี่ยมเยียน หรือแพทย์ พวกเขาก็พร้อมให้คำแนะนำคุณเต็มที่ นอกจากนี้ ปัจจุบัน คุณแม่หลายท่านพบว่า ห้องสนทนาต่างๆในเว็บไซต์ก็ยังเป็นที่ที่ให้คำแนะนำ ให้ความช่วยเหลือ และเคล็ดลับที่เป็นประโยชน์ต่างๆ มากมายต่อคุณแม่มือใหม่อีกด้วย นอกจากนี้ การทำความรู้จักกับกลุ่มแม่มือใหม่ในละแวกบ้านของคุณก็เป็นสิ่งที่ดี เพราะจะช่วยให้คุณได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และได้พูดคุยกับคุณแม่ท่านอื่นที่อาจจะอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน และนั่นจะทำให้คุณไม่รู้สึกโดดเดี่ยว เพราะคุณแม่ท่านอื่นๆนั้น ก็มีความรู้สึกคล้ายๆ กัน กับคุณนั่นเอง
 

มั่นใจในสัญชาตญาณของแม่

คุณไม่จำเป็นต้องคอยกังวลจนเกินไปว่าคุณทำทุกอย่างถูกหรือเปล่า ตราบใดที่คุณใช้สามัญสำนึกของความเป็นแม่ รับรองว่าสิ่งที่คุณทำลงไปจะได้ผลดีแน่นอน นอกจากนี้ เราสามารถช่วยคุณได้ด้วยการให้คำแนะนำในเชิงปฏิบัติแก่คุณแม่ในเรื่องต่างๆ เช่น วิธีการอุ้มลูกน้อย การให้นม วิธีเปลี่ยนผ้าอ้อม ตลอดจน เคล็ดลับและคำแนะนำอีกมากมายที่นำไปใช้ได้จริง

เปิดโอกาสให้คนอื่นช่วยเหลือ
อย่าพยายามทำทุกอย่างด้วยตนเองคนเดียว ควรยอมให้เพื่อนฝูงหรือครอบครัวช่วยคุณบ้าง มีหลายคนที่เต็มใจจะให้ความช่วยเหลือ เพียงแต่พวกเขาอาจไม่รู้ว่าจะช่วยคุณได้อย่างไร ดังนั้นอย่าเกรงใจที่จะบอกให้พวกเขารู้ ลองดูตัวอย่างคำแนะนำในการขอความช่วยเหลือจากคนอื่น ดังนี้ :

  • แทนที่คุณจะคอยวิ่งวุ่นหาน้ำชา กาแฟ และขนมมาต้อนรับสมาชิกในครอบครัวหรือเพื่อนสนิทที่แวะมาเยี่ยม ก็เพียงแต่บอกให้พวกเขาทราบว่าครัวอยู่ตรงไหน และขอให้พวกเขาช่วยเสียบกาน้ำร้อนสำหรับชง ชา/ กาแฟเองตามสบาย ถ้าโชคดี พวกเขาอาจลงมือทำอาหารกลางวันอร่อยๆ ให้คุณทานด้วยซ้ำ

  • คุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยาย และเพื่อนฝูงของคุณบางคนที่รักเด็ก มักจะอยากอุ้มอยากกอดทารกน้อยจนทนไม่ไหว ควรใช้โอกาสนี้ในการปล่อยให้พวกเขาได้ใช้เวลาอยู่กับทารกน้อยและเพลิดเพลินกับการทำความรู้จักสมาชิกคนใหม่ในครอบครัว

  • การไปช้อปปิ้งกับทารกน้อยอาจไม่ใช่เรื่องน่าสนุกนัก รู้อย่างนี้แล้ว ทำไมคุณไม่ลองขอให้คนอื่นช่วยซื้อของที่จำเป็นมาให้สักสองสามอย่างล่ะ เวลาที่พวกเขาไปซูเปอร์มาร์เก็ตหรือเข้าเมือง

อย่าลืมดูแลตัวเองด้วย

คุณแม่ส่วนใหญ่มักลืมไปว่าการดูแลทารกแรกเกิดนั้นต้องใช้พลังอย่างมาก ดังนั้นคุณ จึงควรใส่ใจดูแลตัวเองด้วยเช่นกัน อย่างน้อยๆ คุณแม่จำเป็นต้องนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอและ ออกกำลังกายอย่างเหมาะสมเพื่อเตรียมร่างกายและจิตใจให้พร้อมรับมือกับความ

วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ข้าวหอมนิล ของมูลนิธิหม่อมเจ้าหญิงรังษีนภดล ยุคล ราคา 100 บาท 081-3571859



ราคา ข้าวหอมนิล ของมูลนิธิหม่อมเจ้าหญิงรังษีนภดล ยุคล

1 กิโลกรัม ราคา 100 บาท บรรจุสูญญากาศอย่างดีเก็บไว้ได้นาน ป้องกันแมลงและมอดเป็นอย่างดี

สั่งซื้อจำนวน 20 ถุงขึ้นไป ได้รับแถม 1 ถุง และลดราคาเหลือถุงละ 90 บาท แถมบริการส่งฟรี(20 ถุงขึ้นไป)
สนใจสั่งซื้อได้ที่ 081-3571859
Email:yatha22@hotmail.com

ลักษณะพิเศษของข้าวเจ้าหอมนิล



ข้าวเจ้าหอมนิลเป็นข้าวที่ได้รับการคัดเลือก และพัฒนาจนได้ข้าวที่มีเมล็ดข้าวกล้องเรียวยาว สีม่วงเข้ม ข้าวกล้องเมื่อหุงสุกจะนุ่มเหนียว และมีกลิ่นหอม น่ารับประทาน ที่สำคัญคือ ข้าวกล้องมีโปรตีนสูงถึง 12.5% ปริมาณคาร์โบไฮเดรต 70% ปริมาณ amylose 16% และยังประกอบไปด้วย ธาตุเหล็ก สังกะสี ทองแดง แคลเซียม และโพแทสเซียม ซึ่งสูงกว่าข้าวขาวดอกมะลิ 105 (ตารางที่ 1)
การศึกษาเอกลักษณ์ทางพันธุกรรมโดยใช้โมเลกุลเครื่องหมายชนิด microsatellite จำนวน 48 ตำแหน่ง มาทำการตรวจสอบ ชี้ให้เห็นว่า ข้าวเจ้าหอมนิลมีความแตกต่างจากข้าวพันธุ์ Hei Bao และ Xua Bue Huqที่เป็นข้าวเมล็ดสีดำของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน จึงยืนยันได้ว่าข้าวทั้ง 3 ไม่ได้เป็นพันธุ์เดียวกัน

ลักษณะประจำพันธุ์ ข้าวเจ้าหอมนิลเป็นข้าวนาสวน ไม่ไวแสง สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี การแตกกอดี ไม่ต้านทานโรคขอบใบแห้ง และแมลงโดยทั่วๆ ไป

ความสูงของต้น
สีของ ใบ/ลำต้น
เมล็ดข้าวกล้องยาวประมาณ
เปลือกหุ้มเมล็ดข้าว
อายุการเก็บเกี่ยว
ผลผลิตเฉลี่ย
75 เซนติเมตร
เขียวเข้มอมม่วง
6.5 มม. มีสีม่วงดำ
มีสีม่วงเข้ม
95-100 วัน
400-700 กิโลกรัมต่อไร่
ต้านทานต่อโรคไหม้ (Blast)
ทนทานต่อสภาพแล้ง (Drought) และดินเค็ม (Salinity)

ปริมาณองค์ประกอบของสารอาหารในเมล็ด
ปริมาณ แป้งอะมัยโลส (Amylose) 12%
ปริมาณธาตุเหล็ก 2-2.25 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม
ปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidamt) 292 ไมโครโมลต่อกรัม
น้ำมันรำข้าว 18%
เส้นใยจากรำข้าว 10%

ตารางที่ 1 คุณค่าทางโภชนาการของข้าวเจ้าหอมนิลเทียบ กับข้าวขาวดอกมะลิ 105
คุณค่าทางโภชนาการ
ข้าวเจ้าหอมนิล
ข้าวขาวดอกมะลิ 105
โปรตีน (%)
คาร์โบไฮเดรต (%)
ธาตุเหล็ก (มก./100 ก)
สังกะสี (มก./100 ก)
แคลเซียม (มก./100 ก)
โพแทสเซียม (มก./100 ก)
ทองแดง (มก./100 ก)
12.56
70.0
3.26
2.9
4.2
339.4
0.1
6.0
80.0
-
-
-
-
-

ตารางที่ 2 ปริมาณวิตามินบางชนิดในข้าวและข้าวสาลี
วิตามิน
ข้าวกล้อง
ข้าวขัดขาว
ข้าวสาลี
B1 (มก./100 ก)
B2 (มก./100 ก)
B3 (มก./100 ก)
B6 (มก./100 ก)
Folic acid (ไมโครกรัม/100 ก)
0.34
0.05
4.7
0.62
20
0.07
0.03
1.6
0.04
16
0.57
0.12
7.4
0.36
78

ที่มา : Chrispeels, M.L. and E.S. David. 1994. Plants, Genes and Agriculture. Jones and Bartlett Publishers. London. England. 478 p.

ลักษณะทางโภชนาการ
ข้าวเจ้าหอมนิลเป็นข้าวที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยมีโปรตีนอยู่ในช่วงประมาณ 10-12.5 % มีปริมาณแป้งอะมัยโลสประมาณ 12-13% มีปริมาณสาร 2-acetyl-1-pyrroline ปานกลาง ร่วมกับสารหอมระเหยจำเพาะ พวก Cyclohexanone ในปริมาณมาก มีแคลเซียม 4.2 มิลลิกรัมต่อ100 กรัม ปริมาณธาตุเหล็กแปรปวนอยู่ระหว่าง 2.25- 3.25 มิลลิกรัมต่อ100 กรัม และธาตุสังกะสีประมาณ 2.9 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม
ข้าวเจ้าหอมนิลมีปริมาณสาร antioxidation สูงประมาณ 293 ไมโครโมลต่อกรัม ในส่วนของเยื่อหุ้มเมล็ดที่เป็นสีม่วงเข้มประกอบไปด้วยสาร anthocyanin, proanthocyanidin, bioflavonoids และวิตามิน E ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และสีผสมอาหารตามธรรมชาติ
ในส่วนของรำและจมูกข้าว มีวิตามิน E วิตามิน B และกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง ในส่วนของรำมีน้ำมันรำข้าว 18% เป็นองค์ประกอบ ซึ่ง 80 % เป็นชนิด C18:1 และ C18:2 เหมือนกับน้ำมันที่ได้จากถั่วเหลืองและข้าวโพดและพบว่ามีสาร omega-3 ประมาณ 1-2 % รำข้าวของเจ้าหอมนิลมีปริมาณเส้นใย digestible fiber สูงถึง 10% จากข้อมูลทางโภชนาการนับได้ว่าข้าวเจ้าหอมนิลเป็นข้าวที่มีศักยภาพในการนำมาแปรรูปทางอุตสหกรรมอาหารสูง เช่น การผลิตผลิตภัณฑ์อาหารจากแป้งข้าวเจ้าหอมนิล รวมทั้งขนมขบเคี้ยวต่าง

คุณประโยชน์ของสีม่วงในข้าวเจ้าหอมนิล
ข้าวเจ้าหอมนิลมีเมล็ดสีม่วงดำ เมื่อวิเคราะห์ปริมาณสีของเมล็ด สีม่วงดำประกอบไปด้วย สีม่วงเข้ม (cyanidin) สีชมพูอ่อน (peonidin) และสีน้ำตาล (procyanidin) ผสมกัน ซึ่งสีที่เห็นนั่นเป็นสารประกอบกลุ่ม flavonoid ที่เรียกว่า สารแอนโทไซยานิน (anthocyanin) ที่ประกอบไปด้วยสาร cyanidin กับ สาร peonidin สารโปรแอนโทไซยานิดิน (proanthocyanidin) ประกอบด้วยสาร procyanidin ซึ่งสารดังกล่าวทั้งหมดนี้เป็นสาร antioxidant ที่ทำหน้าจับกับอนุมูลอิสระแล้วช่วยทำให้กลไกลการทำงานของร่างกายมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าปกติ
สารแอนโทไซยานิน มีรายงานวิจัยพบว่า สามารถช่วยลดการอักเสบของเนื้อเยื่อ ช่วยลดไขมันอุดตันในเส้นเลือดที่หัวใจ และสมอง บรรเทาโรคเบาหวาน ช่วยบำรุงสายตาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็นเวลามองตอนกลางคืน สาร cyanidin มีประสิทธิภาพในการ antioxidation ได้ดีกว่าวิตามินอี หลายเท่า และยังยับยั้งการเจริญเติบโตของ epidermal growth factor receptor ในเซลล์มะเร็ง สารโปรแอนโทไซยานิดิน หรือเรียกว่าสาร condensed tannins มีรายงานวิจัยพบว่า สารโปรแอนโทไซยานิดิน ทำการ antioxidation ได้ดีกว่าวิตามินซี วิตามินอี และ เบต้าแคโรทีน (beta-carotene) สาร โปรแอนโทไซยานิดิน ยังไปจับกับอนุภาคของกัมมันตภาพรังสีทำให้เซลล์ในร่างกายทำงานได้อย่างปกติ และช่วยลดไขมันอุดตันในเส้นเลือดป้องกันโรคหัวใจ และโรคความดันโลหิตสูง ยังยับยั้งการเจริญเติบของเซลล์มะเร็งเต้านม ปอด กระเพาะอาหาร และเม็ดเลือดขาว และยังป้องกันไวรัส HSV-1 และยับยั้งการทำงานของเอมไซม์ reverse transcriptase ใน ไวรัส HIV






ลักษณะทางกายภาพ

ข้าวเจ้าหอมนิล เป็นข้าวเจ้าสีดำ เมล็ดใส ที่ได้จากการคัดพันธ์กลายของข้าวเหนียวดำต้นเตี้ยจากจีน ข้าวเจ้าหอมนิลสูงประมาณ 60-75 เซนติเมตร มีอายุวันเก็บเกี่ยว 95-105 วัน มีการแตกกอดี ใบและลำต้นสีเขียวปนม่วง มีหูใบ โคนต้น ดอก และเมล็ดมีสีม่วงเข้ม ผลผลิตประมาณ 400-700 กิโลกรัม/ไร่ จากการศึกษาเอกลักษณ์พันธุกรรม โดยใช้ microsatellite จำนวน 48 ตำแหน่ง ชี้ให้เห็นว่า ข้าวเจ้าหอมนิลมีความแตกต่างข้าว Hei Bao และ Xua Bue Huq จากจีน ซึ่งมีปริมาณโปรตีนและธาตุเหล็กสูง แสดงให้เห็นว่า ข้าวทั้ง 3 ไม่ได้เป็นข้าวพันธุ์เดียวกัน

ข้าวเจ้าหอมนิลนับเป็นข้าวที่มีโภชนาการสูง เหนียวนุ่ม เมล็ดยาว และมีกลิ่นหอม ข้าวเจ้าหอมนิลมีโปรตีนอยู่ในช่วงประมาณ 10-12.5 % มีแคลเซียม 4.2 มิลลิกรัม/100 กรัม ธาตุเหล็กแปรปรวนระหว่าง 2.25-3.25 มิลิกรัม/ 100 กรัม และธาตุสังกะสีประมาณ 2.9 มิลลิกรัม

ข้าวเจ้าหอมนิลมีปริมาณแป้ง amylose ประมาณ 12-13 % ข้าวกล้องของข้าวเจ้าหอมนิลหุงสุก นุ่มมีกลิ่นหอมแบบข้าวเหนียวดำและข้าวหอม มีปริมาณสาร 2-acety-1-pyrroline ปานกลาง ร่วมกับสารหอมระเหยจำเพาะ เช่น Cyclohexanone ในปริมาณมาก

ข้าวเจ้าหอมนิลมีปริมาณ antioxidation สูงประมาณ 293 ไมโครโมล/กรัม มีน้ำมันรำข้าว 18 % ซึ่ง 80 % เป็นชนิด C18 : C18:2 และพบว่ามี omega-3 ประมาณ1-2 % รำข้าวเจ้าหอมนิล มีปริมาณ digestible fiber ถึง 10 % จากข้อมูลคุณภาพแป้ง และโภชนาการนับได้ว่าข้าวเจ้าหอมนิล เป็นข้าวที่มีศักยภาพในการแปรรูปทางอุตสาหกรรมอาหารสูง ในการทำ cracker หรือ cooky

ข้าวเจ้าหอมนิลยังมีความสามารถในการต้านทานโรคไหม้ และไหม้คอรวงระดับสูง ทนน้ำท่วมและทนแล้งระดับปานกลาง การปรับปรุงพันธุ์ข้าวเจ้าหอมนิลระยะต่อมา ได้เข้าคู่ผสมกับข้าวหอมมะลิ 105 และได้ทำการเพาะเลี้ยงอับเรณู (anther culture) จากรุ่น F3 ควบคู่กับการทำ pedigree จนในที่สุดได้ลูกที่เป็น double haploid ที่มีเมล็ดสีม่วงหนึ่งสายพันธุ์คือ ข้าวเจ้าหอมนิล DH และลูกที่ได้จากากรคัดเลือก pedigree พันธุ์ใหม่คือ ข้าวเจ้าหอมนิล # 1 ซึ่งให้ผลผลิตสูงกว่า เมล็ดเรียวยาว และให้สีเมล็ดเข้มสม่ำเสมอตลอดปี ในคู่ผสมอื่น ๆ ก็ได้เน้นการปรับปรุงต้านทานแมลง เพิ่มผลผลิต และคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ในอนาคตอันใกล้นี้ จะมีข้าวที่มีโภชนาการเทียบเท่าข้าวเจ้าหอมนิลออกสู่ ผู้บริโภคต่อไป

วันพุธที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2554

สมุนไพรนั่งถ่าน เพื่อขับน้ำคาวปลา กระชับช่องคลอด 250 บาท 7 วัน





สินค้าประกอบด้วย



1. ผงสมุนไพรนั่งถ่าน 7 วัน



2. แท่งถ่านสมุนไพร วิธีใช้ให้หักครึ่งและนำไปจุดไฟ



การนั่งถ่าน



กิจกรรมนี้คนโบราณนิยมนำมาใช้ดูแลสตรีหลังการคลอดบุตร โดยนั่งบนเก้าอี้ที่เจาะรูตรงกลาง หรือ ยืนคล่อมเตาถ่าน และมีเตาถ่านที่ติดไฟอยู่ด้านล่างพร้อมทั้งสมุนไพรที่ใช้โรยบนถ่าน ให้เกิดความร้อนและไอระเหยของสมุนไพร ที่ลอยขึ้นไปสัมผัสบาดแผลบริเวณปากช่องคลอด เพื่อให้บาดแผลที่บริเวณปากช่องคลอดแห้ง และช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อบริเวณนั้นให้กระชับกลับคืนสู่สภาพปกติ ทำให้มดลูกเข้าอู่ได้เร็ว และยังป้องกันการเกิดระดูก (ตกขาว) อีกด้วย จะทำกันวันละประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง เป็นระยะเวลาไม่เกิน 15 วัน



แต่ในปัจจุบันการคลอดส่วนมากจะคลอดที่โรงพยาบาล และหลังการคลอดก็จะได้รับการส่องด้วยหลอดไฟที่บริเวณปากช่องคลอดทุกวัน จนถึงวันกลับบ้าน นอกจากนี้สาเหตุที่ไม่ใคร่จะนิยมทำกันเพราะหาอุปกรณ์ยุ่งยาก และ ไม่รู้ว่าจะหาที่ไหน



สมุนไพรที่ใช้ในการนั่งถ่าน



ประกอบด้วย ว่านนางคำ ไพล ขมิ้นอ้อย หมากแดง เปลือกต้นชะลูด ผิวมะกรูดแห้ง ว่านน้ำ ว่านชักมดลูก ใบหนาด ใบคนทีสอ การบุร และ พิมเสนใช้เพียงเล็กน้อย สมุนไพรเหล่านี้ก่อนจะนำมาใช้ ต้องหั่นให้ละเอียดบดและเป็นผงสำหรับโรยที่เตาถ่าน



อุปกรณ์ที่ใช้นั่งถ่าน



1. เตาถ่านขนาดเล็ก



2. สมุนไพรสำหรับโรย



3. ผ้าถุงสำหรับนุ่ง



วิธีการนั่งถ่าน (ยืนถ่าน)



1. เอาแท่งถ่านที่หักครึ่งจุดในถาดดินเผา หรือ กระเบื้อง



2. ให้โรยตัวยาสมุนไพรที่เตรียมไว้ลงในเตาถ่านที่ละน้อย ทำให้เกิดควันหรือไอระเหยของสมุนไพรที่ถูกเผาไหม้นั้น จะช่วยรมทำให้บริเวณปากช่องคลอดแห้ง กล้ามเนื้อกระชับตัวได้เร็วขึ้น



3. จากนั้นยืนคร่อมเตาไฟ หรือเอาเก้าอี้พลาสติกเตี้ยมีรูนั่งเพื่อให้ควันหรือไอความร้อนจากสมุนไพรที่ถูกเผาไหม้ รมบริเวณปากช่องคลอดและเข้าสู่มดลูก



4. เมื่อควันหรือไอของสมุนไพรที่เผาไหม้นั้นน้อยลง ให้โรยสมุนไพรเพิ่มเติมได้ แต่เติมทีละน้อย ทำเช่นนี้เรื่อย ๆ ประมาณ 30 นาที (ไม่ควรเกิน 60 นาที) ควรทำเพียงวันละ 1 ครั้งก็พอ และส่วนมากทำกันประมาณ 7-15 วัน





ราคานี้ยังไม่รวมค่าจัดส่งสินค้าคะ



สนใจสินค้าติดต่อ



081-3571859



email:yatha22@hotmail.com



กดเพื่อสั่งสินค้า

เข็มขัดอยู่ไฟ ชุดอยู่ไฟหลวง อยู่ไฟด้วยตนเอง 350 บาท 081-3571859



ชุดอยู่ไฟหลวง หรือ เข็มขัดอยู่ไฟ
ชุดที่ 1 ใช้ได้ 7 วัน
ประกอบด้วย
1.กล่องเหล็ก 2 กล่อง
2.ผ้าคาดเอว
3.แท่งถ่านสมุนไพร 28 แท่ง

ราคา 350 บาท



เข็มขัดอยู่ไฟ (ชุดอยู่ไฟหลวง)
ชุดที่ 2 ใช้ได้ 15 วัน

ประกอบด้วย
1.กล่องเหล็ก 3 กล่อง
2.ผ้าคาดเอว
3.แท่งถ่านสมุนไพร 45 แท่ง

ราคา 550 บาท

ประโยชน์ในการใช้เข็มขัดอยู่ไฟ
1. เข็มขัดอยู่ไฟ ช่วยขับน้ำคาวปลา ทำให้มดลูกแห้งและเข้าอู่เร็วขึ้น ทำให้หน้าท้องยุบเร็ว
2. เข็มขัดอยู่ไฟ ช่วยบรรเทาอาการปวดท้องขณะมีประจำเดือน
3. เข็มขัดอยู่ไฟ ช่วยบรรเทาอาการปวดหลัง,ปวดขา, ช่วยในการหมุนเวียนของเลือดได้ดีขึ้น
4. เข็มขัดอยู่ไฟ ช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกาย


สนใจซื้อติดต่อ เข็มขัดอยู่ไฟ
081-3571859
Email:yatha22@hotmail.com
http://www.thai-herbalsx.com/

วิธีการใช้ เข็มขัดอยู่ไฟ ชุดอยู่ไฟหลวง


วิธีการใช้ชุดเข็มขัดอยู่ไฟ
1.จุดไฟที่มวนชุด



2.นำมวนชุดที่ติดไฟแล้วใส่ลงในกล่องอลูมิเนียม ; 1 มวนต่อ 1 กล่อง


3.นำกล่องอลูมิเนียมใส่ในช่องของผ้าคาด4.นำผ้ามาคาดที่หน้าท้องหรือส่วนต่าง ๆ ของร่างกายที่ต้องการจะประคบ (คาดทับเสื้อผ้าได้เลยนะคะ)

*หมายเหตุ มวนชุด 1 แท่งสามารถจุดให้ความร้อนได้นานประมาณ 2-3 ชั่วโมง



เข็ดขัดอยู่ไฟ ชุด 7 วัน 350 บาท
เข็มขัออยู่ไฟ ชุด 15 วัน 550 บาท

สั่งซื้อสินค้าได้ที่
http://www.kasidit-herbal.com
Email:yatha22@hotmail.com
081-3571859



ชุดอยู่ไฟหลวง หรือ เข็มขัดอยู่ไฟ
ชุดที่ 1 ใช้ได้ 7 วัน
ประกอบด้วย
1.กล่องเหล็ก 2 กล่อง
2.ผ้าคาดเอว
3.แท่งถ่านสมุนไพร 28 แท่ง

ราคา 350 บาท



เข็มขัดอยู่ไฟ (ชุดอยู่ไฟหลวง)
ชุดที่ 2 ใช้ได้ 15 วัน

ประกอบด้วย
1.กล่องเหล็ก 3 กล่อง
2.ผ้าคาดเอว
3.แท่งถ่านสมุนไพร 45 แท่ง

ราคา 550 บาท

ประโยชน์ในการใช้เข็มขัดอยู่ไฟ
1. เข็มขัดอยู่ไฟ ช่วยขับน้ำคาวปลา ทำให้มดลูกแห้งและเข้าอู่เร็วขึ้น ทำให้หน้าท้องยุบเร็ว
2. เข็มขัดอยู่ไฟ ช่วยบรรเทาอาการปวดท้องขณะมีประจำเดือน
3. เข็มขัดอยู่ไฟ ช่วยบรรเทาอาการปวดหลัง,ปวดขา, ช่วยในการหมุนเวียนของเลือดได้ดีขึ้น
4. เข็มขัดอยู่ไฟ ช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกาย



สนใจซื้อติดต่อ เข็มขัดอยู่ไฟ
081-3571859
Email:yatha22@hotmail.com
http://www.kasidit-herbal.com